Showing posts with label ซ่อมแอร์. Show all posts
Showing posts with label ซ่อมแอร์. Show all posts

Tuesday, April 15, 2014

วิธีแก้ปัญหาแอร์ห่วย แอร์ไม่เย็น ให้กลับมาเย็นชื่นใจดังเดิม

หน้าร้อนแบบนี้ อากาศภายใจมันร้อนได้ใจมาก  เลิกงานอุตส่าห์กลับมาถึงบ้านทั้งที แทนที่จะได้พบกับความเย็นสดชื่นจากแอร์ แต่กลับมีแค่ลมร้อนๆ โชยออกมาจากตัวแอร์ซะอย่างนั้น ทำให้เราโทษแอร์ว่าแอร์ห่วยอย่างนั้น ห่วยอย่างนี้ แล้วเราจะมีการตรวจเช็คและวิธีแก้ปัญหาแอร์ห่วยยังไงมาดูกัน

1. เช็ครีโมทแอร์ก่อนได้เลย
ขั้นแรกควรสังเกตที่รีโมตแอร์ก่อนว่าเรามีการตั้งอุณหภูมิเอาไว้สูง หรือตั้งโหมดการทำงานถูกหรือไม่ เพราะอาจเป็นไปได้ว่ามีคนไปกดรีโมทแอร์แบบไม่ได้ตั้งใจ ดังนั้นการตรวจสอบเบื้องต้นแบบนี้ เพื่อนๆ จะได้ชัวร์และไม่ต้องเสียเวลาในการเรียกช่างแอร์มาตรวจสอบ 

2. เช็คสภาพภายในห้องให้เรียบร้อย
ตั้งระดับอุณหภูมิในห้องสูงเกินไปไหม รวมถึงเช็คสภาพห้องด้วยว่ามีการเปิดประตูหรือหน้าต่างทิ้งไว้จนความเย็นรั่วไหลหรือเปล่า มีการใช้งานอุปกรณ์ที่เป็นแหล่งกำเนิดความร้อนอย่างเตารีดอยู่ในห้องหรือไม่ มีสิ่งของกีดขวางทางลมหรือเปล่า และในห้องมีคนอยู่มากเกินไปมั้ย? ปัจจัยทั้งหมดนี้ต่างก็ส่งผลต่อการสร้างความเย็นภายในห้องได้ทั้งนั้น

แต่ถ้าเราเช็คแล้วว่า การที่แอร์ไม่เย็น ไม่ได้เกิดจากการตั้งรีโมทผิดหรือปัจจัยอื่นๆ ที่ว่ามา ขั้นต่อไป เราก็ควรสังเกตด้วยว่ามีชิ้นส่วนใดของตัวแอร์ที่ไม่ทำงานบ้าง มีน้ำหยด หรือมีน้ำแข็งเกาะหรือเปล่า? หากมีอาการเหล่านี้ควรปิดแอร์ทันที

3. ถ้าแอร์ไม่เย็น แต่คอมเพรสเซอร์ทำงาน ทำยังไง?
หากเราเปิดกรณีอาการแอร์ไม่เย็น แต่คอมเพรสเซอร์ทำงาน โดยทั่วไป มักจะมีสาเหตุมาจาก
แอร์สกปรก ต้องทำการล้างแอร์ด้วยกรรมวิธีที่ถูกต้อง ซึ่งความถี่ในการล้างและตรวจสอบแอร์ที่บ้าน ควรเป็นปีละ 4 ครั้งเป็นอย่างต่ำ
- น้ำยาแอร์ขาด ควรทำการตรวจสอบและการเติมน้ำยาแอร์ปีละ 2 ครั้ง โดยให้ช่างผู้ชำนาญการเป็นคนประเมินว่า ควรเติมน้ำยาเข้าไปที่ตัวแอร์เท่าไหร่

- มีอาการตันของระบบน้ำยาแอร์ ต้องทำการเปลี่ยน Capillary Tube (ตัวฉีดน้ำยา), ตัวกรองความชื้น และระบบเติมน้ำยา เช่นกันครับ หากมีน้ำยาแอร์มีการอุดตัน เราก็จะต้องทำการเปลี่ยนอะไหล่เป็นชื้นใหม่ ซึ่งเราควรทำการตรวจเช็คสภาพแอร์ที่บ้านอย่างสม่ำเสมอ เพราะจะช่วยให้เราทราบได้ทันทีว่า อุปกรณ์ภายในของแอร์ตัวใดเกิดอาการเสื่อมสภาพบ้าง จะได้ซ่อมแอร์เปลี่ยนอะไหล่ได้ทันท่วงที ไม่มีลมร้อนให้เสียอารมณ์นั่นเอง

4. ถ้าแอร์ไม่เย็น และคอมเพรสเซอร์ก็ไม่ทำงาน ทำยังไง?
- สายไฟที่เชื่อมต่อป้อนไฟฟ้าไปที่ตัวแอร์ อาจมีการชำรุด หลุด หรือขาด ซึ่งวิธีแก้ก็คือ เราจะต้องทำการตรวจเช็ค หาจุดที่สายไฟเสียหาย และให้ช่างผู้ชำนาญการเข้ามาเปลี่ยนใหม่
- อะไหล่ส่วนของการควบคุมแอร์ชำรุดเสียหาย โดยปกติแล้วตัวแอร์จะมีชิ้นส่วนอยู่หลายตัว ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับการควบคุมแอร์ หากมีการชำรุดแล้วล่ะก็ จำเป็นจะต้องแจ้งให้ช่างเข้ามาเปลี่ยนหรือส่งซ่อมที่ศูนย์บริการของผู้ผลิตเท่านั้น

5. ถ้าแอร์ไม่เย็น แถมยังมีเสียงดังออกมาอีกล่ะ จะต้องทำยังไง?
หากแอร์ไม่เย็นแต่กลับมีเสียงดังออกมาจากตัวเครื่อง แอร์ของเพื่อนๆ อาจจะมีอาการเช่นนี้
แอร์สกปรก แก้ไขด้วยการล้างโดยปั๊มน้ำแรงดันสูงอย่างสม่ำเสมอ 4 ครั้งต่อปี ซึ่งถือเป็นวิธีแก้ปัญหาพื้นฐาน แนะนำให้ช่างแอร์ที่มีประสบการณ์มาทำนะครับ เนื่องจากหากทำการถอดแอร์เพื่อล้างเรียบร้อยแล้ว แต่หากมีการประกอบแอร์หลังจากการล้างแอร์ไม่ดี ก็อาจทำให้เกิดเสียดังรบกวนออกมาได้
- มอเตอร์ของบานสวิงหน้าแอร์เสีย หรือขาบานสวิงหัก ทำให้ลมเย็นจากแอร์ไม่ออกมาอย่างเต็มที่ ก็ถือเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้แอร์ไม่เย็นได้ นอกจากนั้นหากมอเตอร์พัดลมเสื่อมสภาพ ใบพัดลมตีกับโครงแอร์ ก็ยิ่งเป็นสาเหตุหลักทำให้แอร์ไม่เย็นและเสียงดังยิ่งกว่าเดิม ควรเรียกช่างผู้ชำนาญการ มาตรวจเช็คหาจุดที่กระทบกันโดยเร่งด่วน

6. แอร์มีน้ำหยดลงมาจากตัวเครื่อง แบบนี้ต้องทำยังไง?
- โดยปกติแล้ว แอร์จะมีน้ำที่เกิดจากการระเหยนี้ไหลออกมาตลอดเวลา ถือเป็นอาการที่ดี ซึ่งแสดงว่าแอร์ของเรามีความชื้นสูง เพราะหน้าที่ของมันคือการดูดซับความชื้นออกจากห้องที่เราอยู่ แต่หากมีน้ำหยดมากจนเกินไป อาจเกิดจากท่อน้ำตันเพราะสิ่งสกปรก ให้แก้ไขด้วยการล้างแอร์ด้วยปั้มแรงดันสูง

ทั้งหมดนี้ ถือเป็นอาการและการแก้ปัญหาเบื้องต้นในกรณีทื่ท่านคิดว่าแอร์ไม่เย็น อย่างไรก็ดีหากเราไม่แน่ใจว่าจะแก้ปัญหาเหล่านี้อย่างไร เราขอแนะนำให้เพื่อนๆ ดำเนินการโทรเรียกช่างผู้เชี่ยวชาญมาแก้ไข จะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาแอร์ห่วยที่จะเกิดขึ้น และแอร์บ้านท่านจะได้กลับมาเย็นชื่นใจดังเดิม