Showing posts with label เครื่องปรับอากาศ. Show all posts
Showing posts with label เครื่องปรับอากาศ. Show all posts

Wednesday, February 5, 2014

สารพันปัญหาแอร์ห่วยและวิธีซ่อมแอร์เบื้องต้นด้วยตัวเอง


เมื่อแอร์คู่ใจเกิดมีปัญหาใดๆ ขึ้นมา ก็ย่อมส่งผลต่อความสะดวกสบายเป็นอย่างมาก ดังนั้นเราควรต้องทราบวิธีแก้ปัญหาแอร์เบื้องต้นเอาไว้บ้าง สำหรับรับมือกับอาการเสียต่างๆ ของแอร์ได้ทันท่วงที

รวบรวมสารพันปัญหาแอร์ห่วยที่เรามักจะพบบ่อยๆ และวิธีแก้ปัญหาแอร์ห่วยเบื้องต้น

1. เครื่องแอร์ที่ติดตั้งภายในมีเสียงดัง ไม่มีความเย็นออกมา
สาเหตุ : ตลับลูกปืนในพัดลมเสื่อมสภาพ หรือมีฝุ่นเข้าไปสะสมมาก
ในแอร์นั้นจะมีพัดลมตัวใหญ่ที่จะคอยทำหน้าที่ดูด-เป่าอากาศภายในห้อง ซึ่งภายในพัดลมนั้นก็จะมีชิ้นส่วนที่เรียกว่าตลับลูกปืนพัดลม หรือแบริ่งมอเตอร์อยู่ภายใน หากชิ้นส่วนนี้เกิดการเสื่อมสภาพ หรือจารบีที่ใส่ไว้ในตลับลูกปืนแห้ง ก็จะทำให้แอร์มีเสียงดังในขณะที่พัดลมแอร์กำลังทำงานนั่นเอง
นอกจากนั้นการที่เราไม่ได้ทำการล้างแอร์เป็นเวลานาน อาจทำให้ภายนั้นนั้นมีฝุ่นเข้าไปจับตามส่วนต่างๆ ก็ถือเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้แอร์ไม่สามารถทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ ไม่มีความเย็นออกมา และอาจเกิดเสียงขณะทำงานเช่นกัน
วิธีแก้ไข : ต้องดูแลรักษาแอร์อย่างสม่ำเสมอ
ควรทำการตรวจสอบและการเติมน้ำยาแอร์ปีละ 2 ครั้ง ส่วนตรวจท่อเช็คน้ำยาแอร์ หรือการล้างแอร์ ก็ควรทำปีละ 4 ครั้งเป็นอย่างต่ำ ซึ่งการตรวจเช็คสภาพอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยให้เราทราบได้ทันทีว่า อุปกรณ์ภายในของแอร์ตัวใดเกิดอาการเสื่อมสภาพบ้าง จะได้เปลี่ยนอะไหล่ได้ทันท่วงที

2. ตัวคอมเพรสเซอร์ที่ติดตั้งไว้ด้านนอกมีเสียงดัง

สาเหตุ : เกิดจากอุปกรณ์เสื่อมภาพ หรือจากการติดตั้งที่ไม่ได้มาตรฐาน
เนื่องจากคอมเพรสเซอร์ก็คือพัดลมดูดอากาศขนาดใหญ่ ที่เวลาทำงานก็จะหลีกเลี่ยงการสั่นสะเทือนที่ทำให้เกิดเสียงได้ยาก ดังนั้นหากส่วนของลูกยางที่ทำหน้าที่รองรับแรงสั่นสะเทือนของพัดลมคอมเพรสเซอร์เกิดเสื่อมสภาพลง ซึ่งเกิดได้ง่าย เพราะเป็นอุปกรณ์ที่ติดตั้งภายนอกบ้าน ก็จะทำให้แอร์มีเสียงดัง
นอกจากลูกยางแล้ว หากโครงเหล็กที่เราใช้วางคอมเพรสเซอร์เกิดการเสื่อมสภาพ น๊อตหลวม หรือติดตั้งเข้ากับกำแพง ฯลฯ ไม่ได้มาตรฐานของบริษัทผู้ผลิต เวลาคอมเพรสเซอร์ทำงานก็จะเกิดเสียงดังเช่นกัน

วิธีแก้ไข : ต้องหมั่นตรวจเช็คและสังเกตความผิดปกติ
หากเรามีการใช้งานตัวแอร์และคอมเพรสเซอร์มาเป็นเวลานาน จำเป็นต้องตรวจเช็คคุณภาพของพัดลมในอุปกรณ์ด้วย เพราะอาจเกิดจากการเสื่อมสภาพ หรือมีสิ่งแปลกปลอมเข้าไปขัดเวลาแอร์ทำงาน ดังนั้นการคัด เลือกพื้นที่วางคอมเพรสเซอร์แอร์ให้ดีจึงเป็นสิ่งสำคัญมาก เนื่องจากคอมเพรสเซอร์จะต้องติดตั้งภายนอกอาคาร จึงอาจวางตำแหน่งให้มีระแนงกั้นกันสิ่งแปลกปลอมเข้าไปในตัวเครื่อง

นอกจากนั้น เราควรเลือกใช้บริการติดตั้ง ซ่อม ดูแลและล้างแอร์จากหน่วยงานที่มีมาตรฐานในการทำงาน ก็จะช่วยแก้ปัญหาในเรื่องนี้ได้ตั้งแต่ต้น


3. อยู่ดีๆ ก็มีน้ำหยดออกมาจากตัวเครื่อง
สาเหตุ : อาจเกิดจากท่อน้ำตันเพราะสิ่งสกปรก
โดยปกติแล้ว แอร์จะมีน้ำที่เกิดจากการระเหย เนื่องจากการระเหยของไอเย็นภายใน ทำให้เกิดเป็นน้ำขึ้นมาสะสมอยู่ในตัวเครื่อง โดยจะมีการไหลออกมาตลอดเวลาจากท่อที่อยู่ภายในห้องออกไปนอกห้องอยู่แล้ว แต่หากมีน้ำหยดมากจนเกินไป อาจเกิดจากอาการท่อที่ระบายน้ำออกตันเพราะสิ่งสกปรกนั่นเอง
วิธีแก้ไข : ต้องดูแลรักษาแอร์อย่างสม่ำเสมอ
คล้ายคลึงกับอาการอื่นๆ นั่นก็คือปัญหาเรื่องน้ำหยดจากตัวแอร์นี้ จำเป็นจะต้องได้รับการดูแลรักษาจากช่างผู้ชำนาญการอย่างสม่ำเสมอ เพราะการถอดล้างแอร์ ก็จะช่วยกวาดเอาสิ่งสกปรกออกจากท่อไปด้วยนั่นเอง

4. แอร์เย็นจนน้ำแข็งเกาะ
สาเหตุ : น้ำยาแอร์มีการรั่วซึม
น้ำยาแอร์ก็คือสารทำความเย็นจำพวก Chloro Fluoro Carbons ซึ่งมีคุณสมบัติคือ ไม่มีพิษ ไม่มีกลิ่น และเพราะว่าสารเหล่านี้จะมีจุดเดือดที่ต่ำกว่าทั่วไป จึงถูกนำมาใช้ในการทำความเย็นเป็นหลัก ซึ่งหากน้ำยาแอร์นี้เกิดการรั่วซึมตามรอยต่อของท่อน้ำยาแอร์ ก็อาจส่งผลให้ความดันไอด้านคอยล์เย็นต่ำ และเกิดน้ำแข็งเกาะได้
วิธีแก้ไข : ให้ช่างผู้ชำนาญการมาตรวจสอบและอุดรอยรั่ว
วิธีการแก้ไขเบื้องต้นของอาการน้ำแข็งเกาะแอร์บ้าน ก็คือต้องหารอยรั่วให้เจอและซ่อมแซมรอยรั่วนั้น จากนั้นก็ต้องทำการเติมน้ำยาเพิ่มให้เต็มแทนที่ส่วนที่หายไป ซึ่งจำเป็นต้องอาศัยช่างผู้ชำนาญการและไว้ใจได้

และนี่ก็คือปัญหาและวิธีแก้ปัญหาเบื้องต้น สำหรับให้เพื่อนๆ ทุกคนดูแลหนึ่งในปัจจัยแห่งความสุขที่จำเป็นสำหรับบ้านของเราได้ครับ แต่หากพิจารณาแล้วว่าปัญหาที่พบเกินกำลังจริงๆ เราก็ขอแนะนำให้เรียกใช้บริการผู้เชี่ยวชาญมาดูแลจะดีกว่า

Thursday, January 30, 2014

6 ปัญหาแอร์ห่วยๆ ที่เราไม่อยากเจอ


เกร็ดเล็กน้อย สำหรับการเช็คเครื่องปรับอากาศมีปัญหาด้วยตนเอง

1. แอร์ห่วยๆอยู่ดีๆ ก็มีน้ำหยด
ก่อนอื่นเราต้องมาทำความรู้จักกับแอร์กันก่อน เนื่องจากแอร์นั้นจะผลิตลมเย็นเพื่อเป่าออกมา ดังนั้น  จึงมีการระเหยของไอเย็นภายใน ทำให้เกิดเป็นน้ำขึ้นมา

ซึ่งโดยปกติแล้ว แอร์จะมีน้ำที่เกิดจากการระเหยนี้ไหลออกมาตลอดเวลาอยู่แล้ว ถือเป็นอาการที่ดี ซึ่งแสดงว่าแอร์ของเรามีความชื้นสูง เพราะหน้าที่ของมันคือการดูดซับความชื้นออกจากห้องที่เราอยู่ แต่หากมีน้ำหยดมากจนเกินไป อาจเกิดจากท่อน้ำตันเพราะสิ่งสกปรก

2. แอร์มีปัญหา แอร์ไม่เย็นดั่งใจเราเลย
เมื่อแอร์เย็นไม่ได้ดั่งใจเรา ปัญหาหลักๆ ที่มักพบก็คือ การขาดการเติมน้ำยาแอร์มาเป็นเวลานาน ซึ่งจริงๆ แล้วเราควรเติมน้ำยาแอร์ปีละ 2 ครั้ง แต่ก็อย่าลืมนึกถึงปัจจัยอื่นประกอบด้วย เช่นห้องอาจมีขนาดใหญ่เกินกำลังของเครื่อง อากาศภายนอกห้องร้อนมากๆ คอมเพรสเซอร์ไม่มีกำลังมากพอ หรืออาจเกิดจากมีสิ่งสกปรกมากมายติดอยู่อยู่ภายใน ทำให้แอร์ทำงานไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควรไม่เย็นดั่งใจเรา จึงคิดว่าแอร์เกิดอาการห่วยขึ้นมาอีกแล้ว ยังไงก็ควรตรวจสอบเบื้องต้นก่อนนะ

3. แอร์ห่วย แอร์เสียงดัง น่ารำคาญ
เสียงภายในแอร์นั้น หากเป็นแอร์ที่ผ่านการใช้งานมานาน อาจเกิดจากโครงสร้างที่เสื่อมสภาพ อุปกรณ์ภายในชำรุด หรืออาจมีสิ่งแปลกปลอมเข้าไปติดอยู่ภายใน เช่น แมลงหรือฝุ่นต่างๆ ทางที่ดี เราควรเรียกช่างมาตรวจเช็คสภาพแอร์

4. แอร์ห่วยกินไฟเกินไปหรือเปล่า
หากเราได้ตรวจสอบว่าเดือนไหนที่เราใช้แอร์ แล้วค่าไฟเพิ่มผิดปกติ สาเหตุอาจจะมาจากแอร์ตัวเก่งของเราเองนั่นแหละ หากเราไม่ได้ทำการดูแลรักษามันมาอย่างยาวนานพอสมควร ก็คงถึงเวลาที่จะต้องทำการตรวจเช็คว่า ระบบแอร์ของเรานั้นยังทำงานปกติอยู่หรือเปล่า

5. น้ำแข็งเกาะแอร์
สาเหตุหลักที่ทำให้เกิดปัญหาน้ำแข็งเกาะนั้นก็คือ น้ำยาแอร์มีการรั่วซึมเกิดขึ้น ทำให้ระบบมีน้ำยาแอร์น้อยเกินไป หรืออาจจะเกิดจากมอเตอร์ไม่มีแรงหมุนมากพอ เพราะฉะนั้น ต้องทำการเช็คท่อน้ำยาแอร์ให้ดี



6. เปิดแอร์ปุ๊บไฟดับปั๊บ
หากเรากำลังรู้สึกร้อน แต่เมื่อเข้าบ้านมาแล้วเปิดแอร์ แต่ดันไฟตกทั้งบ้าน คงเพิ่มความหงุดหงิดให้เราไม่น้อย ดังนั้น สิ่งที่เราต้องป้องกันนั่นก็คือ การตรวจเช็คว่าสายไฟชำรุดหรือหลวม กำลังไฟฟ้าไม่พอเนื่องจากเปิดเครื่องใช้ไฟฟ้าที่กินไฟหลายตัวในเวลาเดียวกัน หรืออาจเกิดจากคอมเพรสเซอร์เสื่อมก็เป็นได้

และนี่ก็เป็นอาการเบื้องต้น ที่เราทุกคนสามารถสังเกตเครื่องปรับอากาศของเราได้เองง่ายๆ   หากมีกรณีแบบนี้เกิดขึ้น ก็ขอให้โทรเรียกช่างมาซ่อมทันที

Wednesday, January 29, 2014

ปัญหาแอร์ห่วย เสียงดัง เกิดจากอะไร


ใกล้หน้าร้อนแบบนี้ หลายคนก็คงต้องหวังพึ่งแอร์เพื่อทำให้อากาศภายในบ้านสดชื่น แต่พอเปิดใช้งานปุ๊บ!   อาการห่วยเริ่มมา มีเสียงประหลาดๆ ดังออกมาจากแอร์ในระหว่างทำงานไปเสียนี่ ซึ่งอันที่จริงแล้วการที่แอร์บ้านมีเสียงขึ้นมาได้นั้น มีอยู่หลายสาเหตุ ซึ่งครั้งนี้เราจะมานำเสนอให้เพื่อนๆ ได้ทราบกันนะครับ

แอร์ห่วย แอร์เสียงดัง ส่วนใหญ่จะมีสาเหตุดังต่อไปนี้ครับ

1. แอร์มีเสียงดังเนื่องจาก คอยล์เย็นเสื่อมสภาพ
ในแอร์นั้นจะมีพัดลมตัวใหญ่ที่จะคอยทำหน้าที่ดูด-เป่าอากาศภายในห้อง ซึ่งภายในพัดลมนั้นก็จะมีชิ้นส่วนที่เรียกว่าตลับลูกปืนพัดลม หรือแบริ่งมอเตอร์อยู่ภายใน หากชิ้นส่วนนี้เกิดการเสื่อมสภาพ หรือจารบีที่ใส่ไว้ในตลับลูกปืนแห้ง ก็จะทำให้แอร์มีเสียงดังในขณะที่พัดลมแอร์กำลังทำงานนั่นเอง ของที่ใช้ไปนานๆก็ต้องมีการเสื่อมสภาพไปตามอายุนะครับ

2. ถ้าหากเป็นแอร์ที่เก่ามากๆ อาจเกิดเสียงดังเวลาทำงานเนื่องจากโครงสร้างผิดรูป
เนื่องจากเกิดช่องว่างระหว่างตัวอุปกรณ์ หรือช่องว่างระหว่างตัวแอร์กับผนังที่ติดตั้ง ทำให้เวลาแอร์ทำงานก็จะเกิดอาการสั่นสะเทือน ซึ่งทำให้เกิดเสียงรบกวนได้

3. แอร์มีเสียดังเพราะมีฝุ่นเข้าไปเกาะสะสมมาก
เพราะหากเราไม่ได้ทำการล้างแอร์เป็นเวลานาน ทำให้อุปกรณ์ภายนั้นนั้นมีฝุ่นเข้าไปจับตามส่วนต่างๆ ก็ถือเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้แอร์เกิดเสียงขณะทำงานเช่นกัน หรือหากมีสิ่งแปลกปลอมเข้าไปในตัวแอร์ (ส่วนใหญ่จะเป็นมดหรือแมลงต่างๆ) จนมอเตอร์ทำงานไม่สะดวก ก็ทำให้แอร์มีเสียงดังเช่นกัน

4. แอร์เกิดเสียงดังจากการติดตั้งไม่ได้มาตรฐาน
หากเรามีการจ้างช่างแอร์เข้ามาติดตั้งแอร์ในบ้าน หรือมีการถอดชิ้นส่วนของแอร์มาเพื่อทำการล้าง แต่ด้วยการที่ช่างอาจจะขาดประสบการณ์ ทำให้การติดตั้งหรือประกอบแอร์กลับเข้าไปไม่ได้มาตรฐาน ก็เป็นสาเหตุทำให้เกิดเสียงดังขึ้นได้ (กรณีนี้น่าจะเป็นช่างแอร์ห่วย ไม่ใช่แอร์ห่วย - -)

5. แอร์มีเสียงดังเนื่องจาก ขันน็อตยึดคอมเพรสเซอร์ไม่แน่น
บางครั้งเสียงที่เกิดขึ้นอาจไม่ได้มาจากตัวเครื่องปรับอากาศโดยตรง แต่มาจากเครื่องคอมเพรสเซอร์ที่เราติดตั้งเอาไว้ดูดอากาศร้อนออกไปภายนอก ซึ่งส่วนใหญ่ก็มักเกิดมาจากคุณภาพการประกอบติดตั้งที่ไม่ได้มาตรฐานเช่นกัน


6. ลูกยางรองคอมเพรสเซอร์เสื่อมสภาพ
เนื่องจากคอมเพรสเซอร์ก็คือพัดลมดูดอากาศขนาดใหญ่ ที่เวลาทำงานก็จะหลีกเลี่ยงการสั่นสะเทือนได้ยาก ดังนั้นหากส่วนของลูกยางที่ทำหน้าที่รองรับแรงสั่นสะเทือนของพัดลมคอมเพรสเซอร์เกิดเสื่อมสภาพลง ไม่ว่าจะจากภาวะอากาศหรือปัจจัยอื่นๆ (อาจเกิดได้ง่าย เพราะเป็นอุปกรณ์ที่ติดตั้งภายนอกบ้าน) ก็จะทำให้แอร์มีเสียงดังเช่นกัน

7. โครงที่วางคอมเพรสเซอร์เสื่อมสภาพ
นอกจากลูกยางแล้ว หากโครงเหล็กที่เราใช้วางคอมเพรสเซอร์เกิดการเสื่อมสภาพ น๊อตหลวม หรือติดตั้งเข้ากับกำแพง ฯลฯ ไม่แน่นอน เวลาคอมเพรสเซอร์ทำงานก็จะเกิดเสียงดังเช่นกัน

8. ใบพัดลมคอมเพรสเซอร์แตก
หากเรามีการใช้งานตัวแอร์และคอมเพรสเซอร์มาเป็นเวลานาน จำเป็นต้องตรวจเช็คคุณภาพของพัดลมในอุปกรณ์ด้วย เพราะอาจเกิดจากการเสื่อมสภาพ หรือมีสิ่งแปลกปลอมเข้าไปขัดเวลาแอร์ทำงาน ทำให้เกิดเสียงดังรบกวนได้เช่นกัน

วิธีแก้ปัญหาแอร์ห่วย แอร์เสียดัง ทำดังนี้

- เลือกใช้บริการติดตั้ง ซ่อมดูแล และล้างเครื่องปรับอากาศจากหน่วยงานที่มีมาตรฐานในการทำงาน

- การเลือกพื้นที่วางคอมเพรสเซอร์แอร์ให้ดี เนื่องจากคอมเพรสเซอร์จะต้องติดตั้งภายนอกอาคาร จึงอาจพิจารณาให้มีระแนงกั้นกันสิ่งแปลกปลอมเข้าไปในตัวเครื่อง

- ดูแลรักษาแอร์แบบพื้นฐานอย่างสม่ำเสมอ อาทิ การเติมน้ำยาแอร์ปีละ 2 ครั้ง การตรวจท่อเช็คน้ำยาแอร์ หรือการล้างแอร์ปีละ 4 ครั้ง และต้องตรวจเช็คคอมเพรสเซอร์เพิ่มเติมนอกจากตัวแอร์ที่ติดตั้งในห้องด้วย

ถ้าแอร์มีเสียงดัง อย่าปล่อยไว้เป็นปัญหาเรื้อรังนะครับ ควรรีบแก้ใข ถ้าแก้ด้วยตัวเองไม่ได้ก็เรียกช่างมาดูให้ครับ เนื่องจากแอร์ที่ทำงานได้เย็นเร็วและเงียบ ก็คือหนึ่งในปัจจัยแห่งความสุขที่จำเป็นสำหรับบ้านเพื่อนๆ ทุกคนเสมอครับ