Showing posts with label แอร์เสียงดัง. Show all posts
Showing posts with label แอร์เสียงดัง. Show all posts

Wednesday, August 13, 2014

จบปัญหาแอร์ห่วย กับวิธีเลือกแอร์ให้ไม่มีเสียงดัง

เวลาที่คุณหาซื้อแอร์ตัวใหม่ เมื่อต้องการเปลี่ยนแอร์ห่วยๆ หรือแอร์เสียงดังที่บ้านแล้ว คุณเองก็สามารถหาแอร์ที่ทำงานเงียบๆ ได้ในขนาดใดก็ตาม ตั้งแต่ขนาดใหญ่ ไปจนถึงรุ่นติดหน้าต่างและรุ่นพกพาได้ วันนี้เรามีคำแนะนำเพื่อที่จะหาซื้อและติดตั้งแอร์ที่ทำงานเงียบและตรงกับความต้องการของคุณ

ขั้นตอนแรก กำหนดขนาดแอร์ที่คุณต้องการ
หากคุณเพียงที่จะทำความเย็นให้กับห้องนอนเพื่อการนอนหลับที่สบายเท่านั้น แอร์ขนาด 10,000 บีทียูก็เพียงพอแล้ว รุ่นพวกนี้จะมีจำหน่ายเป็นรุ่นติดหน้าต่างและพกพาซึ่งจะนำอากาศร้อนออกไปผ่านท่อพิเศษ เพื่อที่จะทำความเย็นทั่วทั้งบ้าน ให้เลือกแอร์รุ่นแยกชิ้นส่วนได้ที่มีฮาร์ดแวร์ภายนอกและท่อระบายอากาศภายใน รุ่นนี้มีตั้งแต่ขนาด 24,000 บีทียูในการให้พลังงานทำความเย็น

ขั้นตอนที่ 2 ให้เปรียบเทียบ
ให้ถามเพื่อนหรือเพื่อนบ้านที่ใช้แอร์ หรือเข้าเว็บไซต์ที่เชื่อถือได้ และให้มุ่งหาที่การเลือกเครื่องแอร์ที่มีคุณภาพดีที่สุดนั่นก็คือเครื่องที่ทำงานเงียบ ให้ตรวจสอบการผลิตแอร์ภายในร้าน หากมีเสียงดังมากเกินไปในสภาพใดๆก็ตาม มันก็จะส่งเสียงเช่นนั้นเมื่อคุณซื้อและติดตั้งด้วย ถ้าเสียงดังนี่เป็นแอร์ห่วยแน่นอน
ให้พนักงานขายช่วยถอดฝาข้างหน้าแอร์ เพื่อคุณจะได้รู้ว่ามันเป็นชนิดและตัวหุ้มภายในแบบใด ชั้นหุ้มที่หนาจะช่วยให้ตัวคอนเดนเซอร์ทำความเย็นได้ดีขึ้นและในขณะเดียวกันก็ทำให้ทำงานเงียบด้วยเช่นกัน ให้ดูขนาดของช่องที่รับลมด้วย หากช่องรับลมมีขนาดน้อยกว่าครึ่งของฝาแอร์ข้างหน้าจะช่วยให้ลดเสียงจากการที่แอร์ทำงานได้

ขั้นตอนที่ 3 ติดตั้งแอร์ให้เหมาะสมเมื่อคุณซื้อไปที่บ้านแล้ว
ติดตั้งแอร์ติดหน้าต่างให้มั่นคงและวางตำแหน่งให้ถูกต้อง ให้แน่ใจว่าขอบหน้าต่างไม่มีรูรั่วเพื่อที่จะป้องกันไม่ให้เกิดเสียงแอร์ที่รบกวนเข้ามา ส่วนแอร์พกพา ให้ตั้งแอร์ให้ห่างจากหน้าต่างหรือลมภายนอกเท่าที่คุณจะทำได้ ให้นำสายท่อพิเศษไว้ที่หน้าต่างที่ใกล้เคียงหรือท่อปล่อยลมเพื่อที่จะไม่ส่งเสียงโครมครามเมื่อเกิดการสั่น และปลายของสายท่อนำต้องวางห่างกันเพื่อที่เลี่ยงการที่สายกระทบกันอันจะทำให้เกิดเป็นแอร์เสียงดังแบบแอร์ห่วยๆ ได้ หากคุณเลือกแอร์แบบแยกชิ้นส่วนแล้ว ให้รับความช่วยเหลือจากช่างมืออาชีพเพื่อที่จะติดตั้งท่อนำและอุปกรณ์และทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตั้งคอมเพรสเซอร์และตัวหุ้มคอนเดนเซอร์ในพื้นที่ที่ไม่มีลมและมีร่มบัง เพื่อที่จะกันลมไม่ให้เข้าสู่ตัวบ้านคุณ

Tuesday, April 22, 2014

แก้ก่อนจะสาย ปัญหาแอร์ห่วยที่สุดในโลก ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ

ถึงแม้ว่าปัญหาเรื่องแอร์ห่วยมีกลิ่นอับ น้ำหยด จะดูไม่หนักหนามากนักถ้าเทียบกับเรื่องปัญหาแอร์ไม่เย็น แต่ก็ถือเป็นอีกหนึ่งปัญหาสำคัญที่ควรแก้ไขอย่างเร่งด่วน เพราะคุณจะมานั่งเครียดว่าทำไมแอร์ห่วยที่สุดในโลกเลย ส่งผลต่อสุขภาพจิตและกาย และการใช้ชีวิตในบ้านเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะหากมีแขกมาเยี่ยมเยียนที่บ้าน คงไม่ดีนักที่เราจะต้องมานั่งอุดจมูก นั่งร้อนๆ แล้วคุยกัน ใช่ไหมครับ  มาดูกันว่าเราจะตรวจสอบและแก้ไข้กับปัญหาเหล่านี้อย่างไร
1. แอร์ห่วยๆ อยู่ดีๆ ก็มีน้ำหยด
ก่อนอื่นเราต้องมาทำความรู้จักกับแอร์กันก่อน เนื่องจากแอร์นั้นจะผลิตลมเย็นเพื่อเป่าออกมา ดังนั้น  จึงมีการระเหยของไอเย็นภายใน ทำให้เกิดเป็นน้ำขึ้นมา ซึ่งโดยปกติแล้ว แอร์จะมีน้ำที่เกิดจากการระเหยนี้ไหลออกมาตลอดเวลาอยู่แล้ว ถือเป็นอาการที่ดี ซึ่งแสดงว่าแอร์ของเรามีความชื้นสูง เพราะหน้าที่ของมันคือการดูดซับความชื้นออกจากห้องที่เราอยู่ แต่หากมีน้ำหยดมากจนเกินไป อาจเกิดจากท่อน้ำตันเพราะสิ่งสกปรก
2. แอร์ห่วย ไม่เย็นดั่งใจเราเลย
เมื่อแอร์เย็นไม่ได้ดั่งใจเรา ปัญหาหลักๆ ที่มักพบก็คือ การขาดการเติมน้ำยาแอร์มาเป็นเวลานาน ซึ่งจริงๆ แล้วเราควรเติมน้ำยาแอร์ปีละ 2 ครั้ง และล้างแอร์สม่ำเสมอ แต่ก็อย่าลืมนึกถึงปัจจัยอื่นประกอบด้วย เช่นห้องอาจมีขนาดใหญ่เกินกำลังของเครื่อง อากาศภายนอกห้องร้อนมากๆ คอมเพรสเซอร์ไม่มีกำลังมากพอ หรืออาจเกิดจากมีสิ่งสกปรกมากมายติดอยู่อยู่ภายใน ทำให้แอร์ทำงานไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควรไม่เย็นดั่งใจเรา จึงคิดว่าเกิดอาการแอร์ห่วยขึ้นมาอีกแล้ว ยังไงก็ควรตรวจสอบเบื้องต้นก่อนนะ
3. แอร์ห่วย แอร์เสียงดัง น่ารำคาญ
เสียงภายในแอร์นั้น หากเป็นแอร์ที่ผ่านการใช้งานมานาน อาจเกิดจากโครงสร้างที่เสื่อมสภาพ อุปกรณ์ภายในชำรุด หรืออาจมีสิ่งแปลกปลอมเข้าไปติดอยู่ภายใน เช่น แมลงหรือฝุ่นต่างๆ ทางที่ดี เราควรเรียกช่างมาตรวจเช็คสภาพแอร์
4. แอร์ห่วยกินไฟเกินไปหรือเปล่า
หากเราได้ตรวจสอบว่าเดือนไหนที่เราใช้แอร์ แล้วค่าไฟเพิ่มผิดปกติ สาเหตุอาจจะมาจากแอร์ตัวเก่งของเราเองนั่นแหละ หากเราไม่ได้ทำการดูแลรักษามันมาอย่างยาวนานพอสมควร ก็คงถึงเวลาที่จะต้องทำการตรวจเช็คว่า ระบบแอร์ของเรานั้นยังทำงานปกติอยู่หรือเปล่า
5. น้ำแข็งเกาะแอร์
สาเหตุหลักที่ทำให้เกิดปัญหาน้ำแข็งเกาะนั้นก็คือ น้ำยาแอร์มีการรั่วซึมเกิดขึ้น ทำให้ระบบมีน้ำยาแอร์น้อยเกินไป หรืออาจจะเกิดจากมอเตอร์ไม่มีแรงหมุนมากพอ เพราะฉะนั้น ต้องทำการเช็คท่อน้ำยาแอร์ให้ดี
6. เปิดแอร์ปุ๊บไฟดับปั๊บ
เมื่อเข้าบ้านมาแล้วเปิดแอร์ แต่ดันไฟตกทั้งบ้าน คงเพิ่มความหงุดหงิดให้เราไม่น้อย ดังนั้น สิ่งที่เราต้องป้องกันนั่นก็คือ การตรวจเช็คว่าสายไฟชำรุดหรือหลวม กำลังไฟฟ้าไม่พอเนื่องจากเปิดเครื่องใช้ไฟฟ้าที่กินไฟหลายตัวในเวลาเดียวกัน หรืออาจเกิดจากคอมเพรสเซอร์เสื่อมก็เป็นได้
และนี่ก็เป็นอาการเบื้องต้น ของปัญหาแอร์ห่วย ที่เราทุกคนสามารถสังเกตเครื่องปรับอากาศของเราได้เองง่ายๆ หากมีกรณีแบบนี้เกิดขึ้น ถ้าเกินความสามารถก็ขอให้โทรเรียกช่างมาซ่อมทันที แก้ก่อนจะสาย ก่อนจะต้องมาเสียเงินซื้อแอร์ใหม่ดีกว่า

Thursday, January 30, 2014

6 ปัญหาแอร์ห่วยๆ ที่เราไม่อยากเจอ


เกร็ดเล็กน้อย สำหรับการเช็คเครื่องปรับอากาศมีปัญหาด้วยตนเอง

1. แอร์ห่วยๆอยู่ดีๆ ก็มีน้ำหยด
ก่อนอื่นเราต้องมาทำความรู้จักกับแอร์กันก่อน เนื่องจากแอร์นั้นจะผลิตลมเย็นเพื่อเป่าออกมา ดังนั้น  จึงมีการระเหยของไอเย็นภายใน ทำให้เกิดเป็นน้ำขึ้นมา

ซึ่งโดยปกติแล้ว แอร์จะมีน้ำที่เกิดจากการระเหยนี้ไหลออกมาตลอดเวลาอยู่แล้ว ถือเป็นอาการที่ดี ซึ่งแสดงว่าแอร์ของเรามีความชื้นสูง เพราะหน้าที่ของมันคือการดูดซับความชื้นออกจากห้องที่เราอยู่ แต่หากมีน้ำหยดมากจนเกินไป อาจเกิดจากท่อน้ำตันเพราะสิ่งสกปรก

2. แอร์มีปัญหา แอร์ไม่เย็นดั่งใจเราเลย
เมื่อแอร์เย็นไม่ได้ดั่งใจเรา ปัญหาหลักๆ ที่มักพบก็คือ การขาดการเติมน้ำยาแอร์มาเป็นเวลานาน ซึ่งจริงๆ แล้วเราควรเติมน้ำยาแอร์ปีละ 2 ครั้ง แต่ก็อย่าลืมนึกถึงปัจจัยอื่นประกอบด้วย เช่นห้องอาจมีขนาดใหญ่เกินกำลังของเครื่อง อากาศภายนอกห้องร้อนมากๆ คอมเพรสเซอร์ไม่มีกำลังมากพอ หรืออาจเกิดจากมีสิ่งสกปรกมากมายติดอยู่อยู่ภายใน ทำให้แอร์ทำงานไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควรไม่เย็นดั่งใจเรา จึงคิดว่าแอร์เกิดอาการห่วยขึ้นมาอีกแล้ว ยังไงก็ควรตรวจสอบเบื้องต้นก่อนนะ

3. แอร์ห่วย แอร์เสียงดัง น่ารำคาญ
เสียงภายในแอร์นั้น หากเป็นแอร์ที่ผ่านการใช้งานมานาน อาจเกิดจากโครงสร้างที่เสื่อมสภาพ อุปกรณ์ภายในชำรุด หรืออาจมีสิ่งแปลกปลอมเข้าไปติดอยู่ภายใน เช่น แมลงหรือฝุ่นต่างๆ ทางที่ดี เราควรเรียกช่างมาตรวจเช็คสภาพแอร์

4. แอร์ห่วยกินไฟเกินไปหรือเปล่า
หากเราได้ตรวจสอบว่าเดือนไหนที่เราใช้แอร์ แล้วค่าไฟเพิ่มผิดปกติ สาเหตุอาจจะมาจากแอร์ตัวเก่งของเราเองนั่นแหละ หากเราไม่ได้ทำการดูแลรักษามันมาอย่างยาวนานพอสมควร ก็คงถึงเวลาที่จะต้องทำการตรวจเช็คว่า ระบบแอร์ของเรานั้นยังทำงานปกติอยู่หรือเปล่า

5. น้ำแข็งเกาะแอร์
สาเหตุหลักที่ทำให้เกิดปัญหาน้ำแข็งเกาะนั้นก็คือ น้ำยาแอร์มีการรั่วซึมเกิดขึ้น ทำให้ระบบมีน้ำยาแอร์น้อยเกินไป หรืออาจจะเกิดจากมอเตอร์ไม่มีแรงหมุนมากพอ เพราะฉะนั้น ต้องทำการเช็คท่อน้ำยาแอร์ให้ดี



6. เปิดแอร์ปุ๊บไฟดับปั๊บ
หากเรากำลังรู้สึกร้อน แต่เมื่อเข้าบ้านมาแล้วเปิดแอร์ แต่ดันไฟตกทั้งบ้าน คงเพิ่มความหงุดหงิดให้เราไม่น้อย ดังนั้น สิ่งที่เราต้องป้องกันนั่นก็คือ การตรวจเช็คว่าสายไฟชำรุดหรือหลวม กำลังไฟฟ้าไม่พอเนื่องจากเปิดเครื่องใช้ไฟฟ้าที่กินไฟหลายตัวในเวลาเดียวกัน หรืออาจเกิดจากคอมเพรสเซอร์เสื่อมก็เป็นได้

และนี่ก็เป็นอาการเบื้องต้น ที่เราทุกคนสามารถสังเกตเครื่องปรับอากาศของเราได้เองง่ายๆ   หากมีกรณีแบบนี้เกิดขึ้น ก็ขอให้โทรเรียกช่างมาซ่อมทันที

Wednesday, January 29, 2014

ปัญหาแอร์ห่วย เสียงดัง เกิดจากอะไร


ใกล้หน้าร้อนแบบนี้ หลายคนก็คงต้องหวังพึ่งแอร์เพื่อทำให้อากาศภายในบ้านสดชื่น แต่พอเปิดใช้งานปุ๊บ!   อาการห่วยเริ่มมา มีเสียงประหลาดๆ ดังออกมาจากแอร์ในระหว่างทำงานไปเสียนี่ ซึ่งอันที่จริงแล้วการที่แอร์บ้านมีเสียงขึ้นมาได้นั้น มีอยู่หลายสาเหตุ ซึ่งครั้งนี้เราจะมานำเสนอให้เพื่อนๆ ได้ทราบกันนะครับ

แอร์ห่วย แอร์เสียงดัง ส่วนใหญ่จะมีสาเหตุดังต่อไปนี้ครับ

1. แอร์มีเสียงดังเนื่องจาก คอยล์เย็นเสื่อมสภาพ
ในแอร์นั้นจะมีพัดลมตัวใหญ่ที่จะคอยทำหน้าที่ดูด-เป่าอากาศภายในห้อง ซึ่งภายในพัดลมนั้นก็จะมีชิ้นส่วนที่เรียกว่าตลับลูกปืนพัดลม หรือแบริ่งมอเตอร์อยู่ภายใน หากชิ้นส่วนนี้เกิดการเสื่อมสภาพ หรือจารบีที่ใส่ไว้ในตลับลูกปืนแห้ง ก็จะทำให้แอร์มีเสียงดังในขณะที่พัดลมแอร์กำลังทำงานนั่นเอง ของที่ใช้ไปนานๆก็ต้องมีการเสื่อมสภาพไปตามอายุนะครับ

2. ถ้าหากเป็นแอร์ที่เก่ามากๆ อาจเกิดเสียงดังเวลาทำงานเนื่องจากโครงสร้างผิดรูป
เนื่องจากเกิดช่องว่างระหว่างตัวอุปกรณ์ หรือช่องว่างระหว่างตัวแอร์กับผนังที่ติดตั้ง ทำให้เวลาแอร์ทำงานก็จะเกิดอาการสั่นสะเทือน ซึ่งทำให้เกิดเสียงรบกวนได้

3. แอร์มีเสียดังเพราะมีฝุ่นเข้าไปเกาะสะสมมาก
เพราะหากเราไม่ได้ทำการล้างแอร์เป็นเวลานาน ทำให้อุปกรณ์ภายนั้นนั้นมีฝุ่นเข้าไปจับตามส่วนต่างๆ ก็ถือเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้แอร์เกิดเสียงขณะทำงานเช่นกัน หรือหากมีสิ่งแปลกปลอมเข้าไปในตัวแอร์ (ส่วนใหญ่จะเป็นมดหรือแมลงต่างๆ) จนมอเตอร์ทำงานไม่สะดวก ก็ทำให้แอร์มีเสียงดังเช่นกัน

4. แอร์เกิดเสียงดังจากการติดตั้งไม่ได้มาตรฐาน
หากเรามีการจ้างช่างแอร์เข้ามาติดตั้งแอร์ในบ้าน หรือมีการถอดชิ้นส่วนของแอร์มาเพื่อทำการล้าง แต่ด้วยการที่ช่างอาจจะขาดประสบการณ์ ทำให้การติดตั้งหรือประกอบแอร์กลับเข้าไปไม่ได้มาตรฐาน ก็เป็นสาเหตุทำให้เกิดเสียงดังขึ้นได้ (กรณีนี้น่าจะเป็นช่างแอร์ห่วย ไม่ใช่แอร์ห่วย - -)

5. แอร์มีเสียงดังเนื่องจาก ขันน็อยึดคอมเพรสเซอร์ไม่แน่น
บางครั้งเสียงที่เกิดขึ้นอาจไม่ได้มาจากตัวเครื่องปรับอากาศโดยตรง แต่มาจากเครื่องคอมเพรสเซอร์ที่เราติดตั้งเอาไว้ดูดอากาศร้อนออกไปภายนอก ซึ่งส่วนใหญ่ก็มักเกิดมาจากคุณภาพการประกอบติดตั้งที่ไม่ได้มาตรฐานเช่นกัน


6. ลูกยางรองคอมเพรสเซอร์เสื่อมสภาพ
เนื่องจากคอมเพรสเซอร์ก็คือพัดลมดูดอากาศขนาดใหญ่ ที่เวลาทำงานก็จะหลีกเลี่ยงการสั่นสะเทือนได้ยาก ดังนั้นหากส่วนของลูกยางที่ทำหน้าที่รองรับแรงสั่นสะเทือนของพัดลมคอมเพรสเซอร์เกิดเสื่อมสภาพลง ไม่ว่าจะจากภาวะอากาศหรือปัจจัยอื่นๆ (อาจเกิดได้ง่าย เพราะเป็นอุปกรณ์ที่ติดตั้งภายนอกบ้าน) ก็จะทำให้แอร์มีเสียงดังเช่นกัน

7. โครงที่วางคอมเพรสเซอร์เสื่อมสภาพ
นอกจากลูกยางแล้ว หากโครงเหล็กที่เราใช้วางคอมเพรสเซอร์เกิดการเสื่อมสภาพ น๊อตหลวม หรือติดตั้งเข้ากับกำแพง ฯลฯ ไม่แน่นอน เวลาคอมเพรสเซอร์ทำงานก็จะเกิดเสียงดังเช่นกัน

8. ใบพัดลมคอมเพรสเซอร์แตก
หากเรามีการใช้งานตัวแอร์และคอมเพรสเซอร์มาเป็นเวลานาน จำเป็นต้องตรวจเช็คคุณภาพของพัดลมในอุปกรณ์ด้วย เพราะอาจเกิดจากการเสื่อมสภาพ หรือมีสิ่งแปลกปลอมเข้าไปขัดเวลาแอร์ทำงาน ทำให้เกิดเสียงดังรบกวนได้เช่นกัน

วิธีแก้ปัญหาแอร์ห่วย แอร์เสียดัง ทำดังนี้

- เลือกใช้บริการติดตั้ง ซ่อมดูแล และล้างเครื่องปรับอากาศจากหน่วยงานที่มีมาตรฐานในการทำงาน

- การเลือกพื้นที่วางคอมเพรสเซอร์แอร์ให้ดี เนื่องจากคอมเพรสเซอร์จะต้องติดตั้งภายนอกอาคาร จึงอาจพิจารณให้มีระแนงกั้นกันสิ่งแปลกปลอมเข้าไปในตัวเครื่อง

- ดูแลรักษาแอร์แบบพื้นฐานอย่างสม่ำเสมอ อาทิ การเติมน้ำยาแอร์ปีละ 2 ครั้ง การตรวจท่อเช็คน้ำยาแอร์ หรือการล้างแอร์ปีละ 4 ครั้ง และต้องตรวจเช็คคอมเพรสเซอร์เพิ่มเติมนอกจากตัวแอร์ที่ติดตั้งในห้องด้วย

ถ้าแอร์มีเสียงดัง อย่าปล่อยไว้เป็นปัญหาเรื้อรังนะครับ ควรรีบแก้ใข ถ้าแก้ด้วยตัวเองไม่ได้ก็เรียกช่างมาดูให้ครับ เนื่องจากแอร์ที่ทำงานได้เย็นเร็วและเงียบ ก็คือหนึ่งในปัจจัยแห่งความสุขที่จำเป็นสำหรับบ้านเพื่อนๆ ทุกคนเสมอครับ