Showing posts with label แอร์มีปัญหา. Show all posts
Showing posts with label แอร์มีปัญหา. Show all posts

Thursday, February 20, 2014

เมื่อแอร์เริ่มห่วย มีกลิ่นเหม็น กลิ่นอับ เราจะรับมือกับปัญหาแอร์ห่วยอย่างไร


ถึงแม้ว่าปัญหาเรื่องแอร์บ้านห่วยมีกลิ่นอับ จะดูไม่หนักหนามากนักถ้าเทียบกับเรื่องปัญหาแอร์ไม่เย็น แต่ก็ถือเป็นอีกหนึ่งปัญหาสำคัญที่ควรแก้ไขอย่างเร่งด่วน เพราะส่งผลต่อการใช้ชีวิตในบ้านเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะหากมีแขกมาเยี่ยมเยียนที่บ้าน คงไม่ดีนักที่เราจะต้องมานั่งอุดจมูกแล้วคุยกันใช่ไหมครับ

ดังนั้นเรามาดูสาเหตุและวิธีแก้ปัญหาแอร์ห่วยมีกลิ่นอับกันเลยดีกว่า

1. แอร์มีกลิ่นอับเพราะความชื้น
บางครั้ง การเปิดแอร์ทิ้งไว้นานๆ แล้วก็ปิดแอร์ทันทีที่เลิกใช้เลยนั้นเป็นสาเหตุให้เกิดความชื้นสะสมภายในตัวแอร์ ทำให้อากาศที่ออกจากตัวแอร์เกิดเป็นกลิ่นอับที่ไม่พึงประสงค์

วิธีแก้ไขคือ
ก่อนที่เพื่อนๆ จะปิดแอร์ทุกครั้ง ให้เราเปิด FAN mode หรือโหมดพัดลม แล้วปรับลมในระดับที่แรงพอสมควร เปิดพัดลมของแอร์ทิ้งไว้ประมาณ 20 นาที ถึง 1 ชั่วโมง (อาจจะใช้วิธีตั้งเวลาปิดเครื่องไว้ก็ได้ครับ) ที่ทำเช่นนี้เพื่อไล่ความชื้นของแอร์ที่สะสมตรงคอยล์เย็นออกไป อีกทั้งเป็นการการกำจัดกลิ่นที่ค้างสะสมด้วยครับ กลิ่นอับก็จะค่อยๆ ลดหายลงไปครับ

นอกจากนั้นเคล็ดลับเพิ่มเติมคือ หลังจากปิดแอร์ยังไม่ควรรีบเปิดหน้าต่าง ควรรอสักพักก่อน และหมั่นตรวจเช็คแผ่นกรองฝุ่นแอร์อยู่เสมอ อย่าให้มีฝุ่นเกาะจนหนามากเกินไป อาจทำให้การระบายอากาศไม่ดีนัก และเปลืองค่าไฟอีกด้วย

2. แอร์มีกลิ่นอับห่วยๆเพราะมีน้ำทิ้งค้างอยู่ในถาดน้ำทิ้ง
ส่วนใหญ่แล้วสาเหตุการเกิดกลิ่นอับประเภทนี้ มักจะเกิดจากการติดตั้งแอร์ไม่ได้ระดับความเอียงที่เหมาะสม ทำให้หยดน้ำที่เกิดขึ้นจากการควบแน่นของไอน้ำในอากาศขณะเปิดแอร์ไหลออกไม่สะดวก ด้วยสาเหตุนี้อาจเรียกว่าเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้แอร์ของคุณมีกลิ่นห่วยๆพ่นออกมาจากตัวแอร์ก็เป็นได้

ประกอบกับบางทีท่อน้ำทิ้งที่ส่งออกไปภายนอกห้อง อาจมีการติดตั้งที่ได้องศาการเอียงไม่พอ ก่อให้เกิดน้ำขังในท่อ และน้ำที่ท่วมขังนั่นเอง ที่กลายเป็นบ่อเกิดเชื้อแบคทีเรียและเชื้อราสะสมอยู่ในถาดน้ำทิ้งจำนวนมาก ส่งผลให้เกิดกลิ่นอับ และอาจทำให้สุขภาพการหายใจในบ้านของเราไม่ดีตามไปด้วยครับ

วิธีแก้ไขคือ

ควรทำการจ้างผู้ชำนาญมาล้างแอร์ให้สะอาดด้วยปั๊มน้ำแรงดันสูงอย่างสม่ำเสมอก็จะช่วยได้ครับ นอกจากนั้นควรที่จะตรวจสอบการติดตั้งแอร์ให้ดี เช็คว่าระบบการเดินท่อน้ำทิ้งไม่ทำให้น้ำขังอยู่ในจุดใดจุดหนึ่งของตัวแอร์ เท่านี้ก็จะช่วยลดอาการของกลิ่นอับได้แล้วครับ

3. แอร์มีกลิ่นอับเพราะอากาศที่ไหลย้อนมาทางท่อน้ำทิ้ง
สาเหตุของกลิ่นอับจากแอร์ประเภทนี้ก็คือ การที่เราทำการติดตั้งแอร์บ้าน โดยเชื่อมต่อท่อระบายน้ำจากตัวแอร์ออกไปสู่ท่อระบายน้ำของบ้านโดยตรง ส่งผลให้บางครั้งอาจจะมีกลิ่นเหม็นจากท่อระบายน้ำ ถูกดูดย้อนกลับเข้ามาในห้องได้ครับ

วิธีแก้ไขคือ
วิธีแก้ไขคือต้องย้ายท่อน้ำทิ้งไปลงที่อื่นที่ไม่ให้ลงท่อระบายน้ำโดยตรง หรือหากเลี่ยงไม่ได้จริงๆ ก็ควรจะต้องทำที่อุดกั้นกลิ่นติดตั้งไว้ที่ปลายท่องน้ำทิ้งของแอร์ทดแทน แต่ต้องระมัดระวังเรื่องที่ตัวอุดอาจจะกลายเป็นที่สะสมน้ำในท่อด้วยนะครับ

4. แอร์มีกลิ่นอับเพราะในห้องแอร์ที่มีการทำอาหาร หรือการสูบบุหรี่
โดยปกติแล้วในห้องแอร์ มักจะเป็นห้องที่มีการปิดทึบ เพื่อไม่ให้อากาศร้อนจากภายนอกไหลเข้า และไม่ให้อากาศเย็นจากภายในไหลออก ดังนั้นการทำกิจกรรมใดๆ ที่ก่อให้เกิดกลิ่น โดยเฉพาะการทำอาหาร การนำอาหารที่กลิ่นจัดเข้ามาทานในห้อง รวมไปถึงการสูบบุหรี่ ฯลฯ ย่อมทำให้อาการภายในห้องนั้นเกิดกลิ่นขึ้นมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

วิธีแก้ไขคือ
วิธีแก้ไขก็คือ ให้ปิดแอร์ แล้วเปิดหน้าต่างให้อากาศถ่ายเท จนกว่ากลิ่นอาหารหรือกลิ่นบุหรี่จะหมดไป จากนั้นค่อยให้ผู้ชำนาญการมาทำการล้างแอร์ให้สะอาดหมดจด เท่านี้ก็มั่นใจได้ว่ากลิ่นอับของแอร์จะหายไปแล้วล่ะครับ

หรือหากห้องนั้นๆ มีความจำเป็นที่จะต้องใช้ทำกิจกรรมที่มีกลิ่นจริงๆ เพื่อนๆ อาจเลือกที่จะติดตั้งพัดลมระบายอากาศ ไว้สำหรับถ่ายเทอากาศออกจากห้องเพิ่มอีกทางหนึ่งได้ครับ แต่อาจมีข้อเสียตรงที่อาจทำให้แอร์ทำงานหนักขึ้นได้ เพราะเมื่อมีการระบายอากาศออกจากห้อง ก็จะมีอากาศในปริมาณเท่ากันไหลเข้ามาในห้องเพื่อทดแทนอากาศส่วนที่ถูกระบายทิ้งออกไป ส่งผลให้แอร์ต้องทำงานหนักขึ้น เพื่อทำให้อากาศร้อนจากภายนอกที่เข้ามาเย็นลงนั่นเองครับ

และนี่คือสาเหตุ รวมถึงวิธีแก้ปัญหาเรื่องกลิ่นอับของแอร์ที่เรานำมาให้ความรู้กันในวันนี้ครับ กลิ่นอับของแอร์นั้นสามารถจางหายไปได้ และก็สามารถกลับมาอีกได้เช่นกัน ถ้าขาดการบำรุงรักษาที่ดี เพราะฉะนั้นเราควรล้างแอร์และตรวจสอบอุปกร์ต่างๆอย่างน้อย 2 ครั้งต่อปี โดยช่างผู้ชำนาญการ แล้วพยายามทำความสะอาดพื้นห้อง อุปกรณ์เครื่องนอนบ่อย ๆ เพื่อลดปริมาณ ฝุ่นละออง เพียงเท่านี้ปัญหาแอร์ห่วย มีกลิ่นเหม็น กลิ่นอับ ก็จะหายไปจากบ้านของเพื่อนๆ แน่นอนครับ

Thursday, January 30, 2014

6 ปัญหาแอร์ห่วยๆ ที่เราไม่อยากเจอ


เกร็ดเล็กน้อย สำหรับการเช็คเครื่องปรับอากาศมีปัญหาด้วยตนเอง

1. แอร์ห่วยๆอยู่ดีๆ ก็มีน้ำหยด
ก่อนอื่นเราต้องมาทำความรู้จักกับแอร์กันก่อน เนื่องจากแอร์นั้นจะผลิตลมเย็นเพื่อเป่าออกมา ดังนั้น  จึงมีการระเหยของไอเย็นภายใน ทำให้เกิดเป็นน้ำขึ้นมา

ซึ่งโดยปกติแล้ว แอร์จะมีน้ำที่เกิดจากการระเหยนี้ไหลออกมาตลอดเวลาอยู่แล้ว ถือเป็นอาการที่ดี ซึ่งแสดงว่าแอร์ของเรามีความชื้นสูง เพราะหน้าที่ของมันคือการดูดซับความชื้นออกจากห้องที่เราอยู่ แต่หากมีน้ำหยดมากจนเกินไป อาจเกิดจากท่อน้ำตันเพราะสิ่งสกปรก

2. แอร์มีปัญหา แอร์ไม่เย็นดั่งใจเราเลย
เมื่อแอร์เย็นไม่ได้ดั่งใจเรา ปัญหาหลักๆ ที่มักพบก็คือ การขาดการเติมน้ำยาแอร์มาเป็นเวลานาน ซึ่งจริงๆ แล้วเราควรเติมน้ำยาแอร์ปีละ 2 ครั้ง แต่ก็อย่าลืมนึกถึงปัจจัยอื่นประกอบด้วย เช่นห้องอาจมีขนาดใหญ่เกินกำลังของเครื่อง อากาศภายนอกห้องร้อนมากๆ คอมเพรสเซอร์ไม่มีกำลังมากพอ หรืออาจเกิดจากมีสิ่งสกปรกมากมายติดอยู่อยู่ภายใน ทำให้แอร์ทำงานไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควรไม่เย็นดั่งใจเรา จึงคิดว่าแอร์เกิดอาการห่วยขึ้นมาอีกแล้ว ยังไงก็ควรตรวจสอบเบื้องต้นก่อนนะ

3. แอร์ห่วย แอร์เสียงดัง น่ารำคาญ
เสียงภายในแอร์นั้น หากเป็นแอร์ที่ผ่านการใช้งานมานาน อาจเกิดจากโครงสร้างที่เสื่อมสภาพ อุปกรณ์ภายในชำรุด หรืออาจมีสิ่งแปลกปลอมเข้าไปติดอยู่ภายใน เช่น แมลงหรือฝุ่นต่างๆ ทางที่ดี เราควรเรียกช่างมาตรวจเช็คสภาพแอร์

4. แอร์ห่วยกินไฟเกินไปหรือเปล่า
หากเราได้ตรวจสอบว่าเดือนไหนที่เราใช้แอร์ แล้วค่าไฟเพิ่มผิดปกติ สาเหตุอาจจะมาจากแอร์ตัวเก่งของเราเองนั่นแหละ หากเราไม่ได้ทำการดูแลรักษามันมาอย่างยาวนานพอสมควร ก็คงถึงเวลาที่จะต้องทำการตรวจเช็คว่า ระบบแอร์ของเรานั้นยังทำงานปกติอยู่หรือเปล่า

5. น้ำแข็งเกาะแอร์
สาเหตุหลักที่ทำให้เกิดปัญหาน้ำแข็งเกาะนั้นก็คือ น้ำยาแอร์มีการรั่วซึมเกิดขึ้น ทำให้ระบบมีน้ำยาแอร์น้อยเกินไป หรืออาจจะเกิดจากมอเตอร์ไม่มีแรงหมุนมากพอ เพราะฉะนั้น ต้องทำการเช็คท่อน้ำยาแอร์ให้ดี



6. เปิดแอร์ปุ๊บไฟดับปั๊บ
หากเรากำลังรู้สึกร้อน แต่เมื่อเข้าบ้านมาแล้วเปิดแอร์ แต่ดันไฟตกทั้งบ้าน คงเพิ่มความหงุดหงิดให้เราไม่น้อย ดังนั้น สิ่งที่เราต้องป้องกันนั่นก็คือ การตรวจเช็คว่าสายไฟชำรุดหรือหลวม กำลังไฟฟ้าไม่พอเนื่องจากเปิดเครื่องใช้ไฟฟ้าที่กินไฟหลายตัวในเวลาเดียวกัน หรืออาจเกิดจากคอมเพรสเซอร์เสื่อมก็เป็นได้

และนี่ก็เป็นอาการเบื้องต้น ที่เราทุกคนสามารถสังเกตเครื่องปรับอากาศของเราได้เองง่ายๆ   หากมีกรณีแบบนี้เกิดขึ้น ก็ขอให้โทรเรียกช่างมาซ่อมทันที